วิธีติดตั้ง ESET Smart Security 8 ฉบับไส้แห้ง

0 Comments

     ESET Smart Security 8 นี่เป็นอะไรที่อธิบายยาก เป็นเวอร์ชั่นที่น่าจะสุดท้ายแล้วที่เราไม่ต้องเปลี่ยนคีย์เรื่อยๆ  เพราะน่าจะเป็นตัวสุดท้ายแล้วที่มีคนทำยาแก้ไอแบบถาวรออกมาแล้วยังสามารถอัปเดตได้  แต่ใช่ว่าทุกตัวติดตั้งของ ESET Smart Security 8 จะสามารถแคร๊กได้  เพราะว่าช่วงท้ายของเวอร์ชั่น 8 ตัวแคร๊กใช้ไม่ได้ผลแล้ว ฮือๆ เศร้ากันไปครับ  แต่จะว่าเป็นเรื่องบังเอิญก็จะเป็นเรื่องบังเอิญที่ดีมากๆเลยครับที่ผมบังเอิญ (บังเอิญอีกแล้ว) ผมเจอตัวติดตั้งตอนที่เคลียร์ไฟล์ขยะในเครื่อง  ก็เลยอัปโหลดเก็บไว้ติดตั้งให้กับแม่  ที่ไม่มีเวลามาเปลี่ยนคีย์เรื่อยๆ แบบไม่รู้ด้วยซ้ำว่ามันหมดอายุยัง  ก็เลยต้องเอาตัวที่ง่ายสุดๆให้กับคอมพิวเตอร์ของแม่กันละครับ




เตรียมตัวก่อนการติดตั้ง ESET Smart Security 8

     ต้องดาวน์โหลดสองสิ่งนี้ลงมาไว้บนเครื่องของเราให้ได้เลยครับ  โดยเฉพาะ ESET Smart Security 8 ต้องโหลดจากที่ผมอัปโหลดไว้เท่านั้นครับ  ไม่สามารถใช้ตัวที่ดาวน์โหลดจากเซอร์เวอร์ของ ESET ได้ครับ  เพราะเวอร์ชั่น 8 ตัวที่ให้ดาวน์โหลดในปัจจุบันไม่สามารถใช้งานร่วมกับ ESET Purefix 3 ได้แล้ว

     + ตัวติดตั้ง ESET Smart Security 8 (ต้องดาวน์โหลดตัวนี้เท่านั้น)
     + ดาวน์โหลด ESET PureFix 3.3.8.1

เริ่มการติดตั้ง ESET Smart Security 8

     หลังจากที่เราดาวน์โหลด ESET Smart Security 8 มาแล้ว  ก็ทำการคลายไฟล์ 7z ออกมาเลยครับ  แล้วจะเจอไฟล์ทั้ง 4 ที่ผมรวมไว้ ถ้าหากเครื่องเราใช้ระบบปฏิบัติการ 64 บิต ให้เลือกเปิดไฟล์ "ess_nt64_enu.msi" แต่ถ้าเครื่องเราใช้ระบบปฏิบัติการ 32 บิต ให้เลือกเปิดไฟล์ "ess_nt32_enu.msi" 8 ครับ
     แต่ถ้าไม่รู้ว่าเครื่องที่เรากำลังจะติดตั้งใช้ระบบปฏิบัติการ 64 บิต หรือ 32 บิต  ให้ลองเปิดตัวติดตั้ง 64 บิตก่อนครับ  ถ้าระบบไม่ยอมให้เราติดตั้งก็ค่อยไปใช้ตัว 32 บิตครับ



รอซักน้อย ระบบกำลังเตรียมการติดตั้งอยู่ครับ  อึดใจเดียว



หน้าต่างเตรียมการติดตั้งโผล่ขึ้นมาแล้วคร๊าบบบบบ  แต่รออีกนิดนึงถึงจะคลิก "Next >" เพื่อเข้าไปตั้งค่าการติดตั้งได้ขอรับ



นี่ไง... ปุ่ม "Next >" โผล่มาให้เรากดแล้ววววว แต่!!! อย่าเพิ่งกด "Next >" ผ่านไปเป็นอันขาด  ไม่เช่นนั้นแคร๊กไม่ผ่านเด้อออ  ให้เราเอาเครื่องหมายถูกออกจากช่อง "Download and install the lastest version" ออกก่อน คือเราจะไม่ทำการดาวน์โหลดนั่นเองครับ



หลังจากที่ เอาเครื่องหมายถูกออกจากช่อง "Download and install the lastest version" ให้เหมือนรูแข้างล่างนี้  แล้วเราก็บรรจงใช้ปลายเมาส์ผสานสัมผัสที่บางเบาลงบนปุ่ม "Next >" เพื่อเข้าสู่การตั้งค่าก่อนการติดตั้ง  ESET Smart Security 8 ได้เลยครับ



เหมือนกับซอฟท์แวร์เกือบทุกๆตัวบนโลกที่เราต้องยอมรับในเงื่อนไขก่อนการใช้งาน  ซึ่งขอสารภาพตรงนี้เลยว่าผมเคยลองอ่านไม่กี่ครั้ง  เพราะถึงเราจะไม่เห็นด้วยกับเงื่อนไขที่เขียนมาเราก็ต้องยอมรับซะงั้นถ้าต้องการใช้งานซอฟท์แวร์ตัวนี้  แต่ผู้ชายหลายคนที่เคยมีแฟนคงชินไปแล้วฮะฮ่า  เพราะหลายครั้งที่เราต้องยอมรับบางอย่างทั้งที่ไม่รู้เรื่องอะไรเล๊ย  เพื่อจะได้เห็นนางฟ้าตัวน้อยของเรายิ้มได้ในทุกๆวัน (หยอกเล่นคร๊าบ ไปติดตั้ง  ESET Smart Security 8 กันต่อ ) ^~^



สำหรับหน้านี้ก็แนะนำให้เปิดการใช้งาน ESET Live Grid ซึ่งปกติค่าเริ่มต้นก็จะมีเครื่องหมายถูกในช่อง "Enable ESET Live Grid" อยู่แล้วครับ  ซึ่งเจ้า ESET Live Grid นี่เป็นการใช้ระบบคลาวด์ช่วยในการป้องกันการคุกคามเครื่องของเราหลายๆรูปแบบที่เกิดขึ้นบนโลก  โดยใช้ระบบคลาวด์ช่วยวิเคราะห์ข้อมูลของการคุกคามจากผู้ใช้งาน ESET Live Grid ทั่วโลก  สรุปสั้นสั้นหน้านี้ก็คลิก "Next >" ผ่านไปโลดจ้า



หน้านี้ก็จะถามความต้องการของผู้ใช้งานว่าจะให้ตัว ESET Smart Security 8 ทำการตรวจจับซอฟท์แวร์น่าสงสัยที่กำลังจะรันบนเครื่องของเราหรือไม่  ซึ่งค่ามาตรฐานจะมีไข่ปลาอยู่ที่ "Enable detection of potentially unwanted applications" ซึ่งเป็นการเปิดใช้งาน  โดยจะใช้ทรัพยากรของเครื่องเราเพิ่มขึ้นเล็กน้อยครับและผมก็ยืนยันว่าคุ้มค่ากับคามปลอดภัยที่เราได้รับแม้จะติดตั้งแบบไส้แห้งก็ตาม  จากนั้นก็คลิก "Install" เพื่อทำการอัญเชิญ ESET Smart Security 8 ลงมาเป็นการ์ดส่วนตัวของเราได้เลย



ในระหว่างนี้ก็เปิด Youtube ฟังเพลง "รอรัก" ไปพลางๆครับ  ไม่ว่าจะเป็นเวอร์ชั่นเบิร์ทกับฮาร์ทหรือสควีซแอนนิม่อน ก็เพราะพริ้งค์



ฟังเพลงยังไม่หายคิดถึงนางฟ้าที่แอบชอบอยู่เลยก็ติดตั้งเสร็จซะแล้ว โถ่ววววว  เก็บความคิดถึงไว้ซักนิดแล้วก็คลิก "Finish" เพื่อไปยังขั้นตอนต่อไปโลด



หลังจากเราคลิก "Finish" ในหน้าที่แล้ว  ก็จะมี splash screen ของ ESET Smart Security 8 โผล่ขึ้นมาเพื่อบอกเราว่าโปรแกรมเริ่มทำงานแล้ว



แล้วหน้านี้ก็จะโผล่ขึ้นมา  สำหรับคนที่ใช้ไลเซนส์ส่วนตัวก็...  ไม่ต้องกรอกอะไร  ให้ไปใช้เวอร์ชั่น 10 ได้แล้ววววว แต่ส่วนใครเจาะจงจะใช้เวอร์ชั่นนี้ก็คลิกที่ "Activate Later" ตอนนี้เลย



แล้วก็จะเจอหน้าต่างแดงผ่าง แบบนี้  แต่ก็ช่างมันเถอะครับ  เพราะสำหรับการติดตั้งแบบไส้แห้งแล้ว  เรายังติดตั้ง ESET Smart Security 8 ไม่สมบูรณ์เลยเหอะ เหอะ เหอะ  แต่ก็คลิกที่ "Do not remind me again" ตรงช่อง ESET Anti-Theft is available เพื่อปิดการแจ้งเตือนให้เราใช้งาน ESET Anti-Theft ซึ่งถ้าเราไม่ได้ใช้งานจากไลเซนส์แท้ของเราเองผมขอร้องเลยนะว่าอย่าเปิดใช้งาน  ถ้าเราใช้ไลเซนส์ของตัวเองก็จัดไปอย่าให้เสียเลยครับ




จากนี้ไปเราจะเริ่มเข้าสู่กระบวนการไส้แห้งกันเต็มตัวแล้ว หุ หุ หุ ถ้าใครยังไม่พร้อม  ถอนตัวตอนนี้ก็ยังไม่สาย (ตอนที่เขียนบทความนี้มันเย็นแล้วครับ =,.=)


ตรง Taskbar ด้านขวา หรือที่เรียกกันว่า "Notification area" ให้เราคลิกขวาที่ไอคอน ESET Smart Security 8 ซึ่งถ้าโปรแกรมทำงานสมบูรณ์จะเป็นสีเขียว  แต่ตอนนี้เป็นสีแดงอยู่  และหลังจากที่เราคลิกขขวาแล้วก็ให้คลิกที่ "Temporaly disable protection" เพื่อทำการปิดการป้องกันชั่วคราว



เมื่อคลิกที่ "Temporaly disable protection" แล้วก็จะมีกล่องถามเราว่า แน่ใจแล้วรึที่จะปิดการป้องกัน มันเสี่ยงนะ  เราก็ต้องฮัมเพลงของขนมจีนที่ร้องว่า "เสี่ยงไหม มันก็คงต้องเสี่ยง..." แล้วก็คลิก "Yes"



แล้วเจ้า ESET Smart Security 8 ก็จะถามเราว่าจะปิดการป้องกันนานเท่าไหร่  ซึ่งปฏิบัติการไส้แห้งของเราใช้เวลาไม่ถึง 10 นาทีแน่นอน เราก็คลิกที่ "OK" ได้เลยครับ



จากนั้นให้เรากลับมาที่โฟล์เดอร์ ESET Smart Security 8 ที่เราดาวน์โหลดมา  ข้างในนั้นจะมีไฟล์ 7z ชื่อ "ESET-PureFix-fix-v3.3.8.1-(32,64bit).7z" ให้เราทำการคลายไฟล์ 7z ออกมาได้เลย ณ ตอนนี้ (ถ้าติดรหัสผ่านก็เป็น 9999999999 หรือเก้าเก้าตัวเลยครับ) สำหรับผมก็ขอคลายลงไปไว้ที่ Desktop แล้วกันครับ  จะได้เรียกใช้ง่ายหน่อย



หลังจากเราทำการคลายไฟล์ "ESET-PureFix-fix-v3.3.8.1-(32,64bit).7z" ออกมาแล้วก็ทำการเข้า Safe Mode เลยครับ  โดยถ้าเราใช้งาน Windows 7 ลงไป ก็สั่งรีบูตเครื่องแล้วพอเครื่องเริ่มเปิดใหม่อีกรอบก็กด F8 รัวๆ ก็จะมีให้เลือก Safe Mode หลายๆแบบ  ก็เลือก Safe Mode with Network อะไรทำนองนี้ครับ  เผื่อบางคนใช้งาน Windows เวอร์ชั่น Enterprise ที่ต้องล็อกอินผ่านเน็ตเวิร์คจะได้ล็อกอินเข้าใช้งานได้  แต่ถ้าเราใช้งาน Windows 8 ขึ้นมา ก็ทำตามขึ้นตอนต่อไปนี้เลยครับ

การเข้า Safe Mode สำหรับ Windows 8 / Windows 8.1 / Windows 10 ... แบบง่าย

     ขั้นแรกเลยให้เราเรียกใช้โปรแกรม System Configuration ที่ติดมากับวินโดวส์  ไม่ว่าจะวิธีใดๆก็ตาม  ซึงผมจะทำการเรียกผ่าน "Run" โดยการกด Ctrl+R หรือจะเสริจ "run" จากแถบค้นหาของวินโดวส์ได้เลย



เมื่อโปรแกรม Run โผล่ขึ้นมาให้เราใช้งานแล้ว  ก็พิมพ์คำสั่ง "msconfig" แล้วกด Enter เพื่อเรียกใช้งาน System Configuration เลยคร๊าบบบบบ



หลังจาก System Configuration โผล่หน้ต่างขึ้นมาให้เราตั้งค่า  ให้เราคลิกเลือกแท็ป "Boot" ซึ่งจะมีค่าปกติตามรูปข้างล่างนี้  และให้เราคลิกเครื่องหมายถูกที่ช่อง "Safe boot" และทำไข่ปลาตรงช่อง Network ซึ่งถ้าเป็นเครื่องทัวไปจะเป็นช่องไหนก็ได้  แต่ที่ผมเลือก "Network" ด้วยก็เผื่อไว้สำหรับใครที่ใช้ Windows Enterprise ที่ต้องทำการล็อกอินผ่านเน็ตเวิร์ค



หลังจากที่เราตั้งค่าให้การเปิดเครื่องครั้งต่อไปเป็นการเข้าใช้งาน Safe Mode ประมาณรูปข้างล่างนี้แล้ว ก็ให้เราคลิก "OK" ได้เลยครับ



หลังจากเราคลิก "OK" แล้วก็จะมีกล่องข้อความถามเราว่าจะรีบูตเครื่องเลยมั๊ย  ถ้าไม่มีปัญหาอะไรเราก็รีบูตเลยครับโดยการคลิกเลือก "Restart"



กำลังปิดเครื่องแล้ววววว  แบบนี้เรียก Blue Screen ได้มั๊ย  มันบลูอยู่นะ



เข้าสูเซฟโหลด อะไร อะไร ก็ใหญ่ขึ้นครับ



หลังจากที่เราเข้า Safe Mode แล้วก็เปิดโฟล์เดอร์ที่เราคลายไฟล์ "ESET-PureFix-fix-v3.3.8.1-(32,64bit).7z" ไว้ก่อนการเข้า Safe Mode ขึ้นมา  จากนั้นก็ดับเบิ้ลคลิกไฟล์ "crack.exe" ได้เลย



หน้าต่างแรกที่เราจะเจอ อธิบายการใช้งาน ESET PureFix แบบคร่าวๆ  เราก็คลิก "OK" เพื่อเข้าใช้งานโปรแกรม "ESET PureFix" ได้เลยครับ



หน้าตาของ ESET PureFix 3.3.8.1 เป็นแบบนี้เอง จากนี้ก็หายใจลึกๆแล้วกลั้นไว้ซักสามวินาทีแล้วค่อยปล่อยลมออกจากปอดแล้วคลิกที่ "Fix It" ตอนนี้เลยและรอให้โปรแกรมทำงานซักพักครับ



หลังจากที่ ESET PureFix 3.3.8.1 ทำหน้าที่ของมันเสร็จแล้ว มันจะสลับแท็ปมาที่ About เองเลยครับ  เสร็จแล้วอย่างเพิ่งรีบูตเครื่องนะครับ  ไม่งั้นเปิดเครื่องอีกก็จะมายัง Safe Mode อีกครับ



ให้เราทำการเรียก Run ขึ้นมาใช้งานอีกครั้งโดยกด Ctrl+R หรือจะค้นหาในช่องค้นหาของวินโดวส์ก็ได้  แล้วพิมพ์คำสั่ง msconfig แล้วกด Enter เพื่อเรียกโปรแกรม System Configuration ขึ้นมาตั้งค่าให้วินโดวส์เข้าใช้งานแบบปกติได้เลยครับ



หลังจากหน้าต่าง System Configuration โผล่ขึ้นมา เราก็เลือกเข้ามาตั้งค่าแท็ป "Boot" ณ บัดนาว ก็จะเห็นแบบรูปข้างล่างนี้ที่เราเป็นคนตั้งค่าเอาไว้ก่อนเข้าใช้งาน Safe Mode เราก็ทำกรคืนค่ามันโดยการเอาเครื่องหมายถูกออกจากช่อง "Safe boot" เสียโดยดี



หลังจากที่คืนค่าการตั้งค่าแล้วเราก็คลิกเลือก "OK" เล๊ย



เช่นเคย  หลังจากที่เราคลิกเลือก "OK" ใน System Configuration ก็จะมีหน้าต่างถามเราว่าจะรีบูตเครื่องเลยรึเปล่า  ก็เหมือนเคยที่เราต้องกด "Restart" เพื่อทำการเปิดเครื่องใหม่เข้าสู่การใช้งานวินโดวส์โหมดปกติ



รีบูตอีกครั้ง



เข้าสู่โหมดปกติแล้ว  เป็นเวอร์ชั่นไส้แห้งเสมือนแท้แล้วก็ทำงานเลยนะเนี่ย  จามรูปก็เป็นการถามเป็นปกติของ ESET Smart Security เมื่อมีการเชื่อมต่อเครือข่ายที่ไม่เคยเชื่อมต่อมาก่อน  หน้านี้โผล่มผมก็เลือก "Public Network" เลย  เพราะระดับการป้องกันจะสูงกว่าหน่อย  และอีกอย่างตอนนี้ผมก็ใช้เครือข่ายหอสมุดด้วย



นี่... อย่าเพิ่งต๊กกะจย ว่าทำไมยังแดงแจ๋อยู่  เพราะว่าเราไม่ได้อัปเดตฐานข้อมูลไวรัสตั้งแต่เวอร์ชั่นแปดนู้นนนนน  ซึ่งตอนนี้ก็ออกเวอร์ชั่น 10 ไปแล้ว  ก็ให้เราคลิกอัปเดต๗านข้อมูลไปเลยครับ  ถ้าสั่งจากหน้านี้เลยก็คลิกที่ตัวหนังสือสีฟ้าที่เขียนว่า "update the virus signature database again" ได้เลยครับ



หรือจะเข้ามาสั่งในแท็ป "Update" จากเมนูทางซ้ายมือเลยก็ได้ครับ  แต่มีข้อแม้ว่า ห้ามอัปเดตเวอร์ชั่นของโปรแกรมแกรมเด็ดขาด อัปเดตได้แค่ฐานข้อมูลไวรัสครับ  ไม่เช่นนั้นเราจะแคร๊กมันไม่ได้แล้ว



อัปเดตเสร็จแล้วครับผม  ฐานข้อมูลล่าสุดเลย  ฐานข้อมูลเดียวกันกับเวอร์ชั่น 10 เลย เหอะ ๆ ๆ



วิธีปิด ESET Smart Security Splash Screen




ถ้าใครไม่ชอบเห็นเจ้าหุ่น iRobot ทุกครั้งที่เปิดเครื่องขึ้นมาเหมือนผมก็ทำการปิดมันตมขั้นตอนนี้เลยครับ  โดยขั้นแรกก็ให้เราเลือกที่แท็ป "Setup" จากเมนูทางซ้ายมือ  และเลื่อนมาล่างสุดเพื่อเมนู "Enter advance setup..."



เข้ามาแล้วก็เลือก "User interface" แล้วก็มาที่ "Graphics" ครับ  และเราจะเห็นการตั้งค่าเดิมที่มากับตัวโปรแกรมในช่อง "Show splash-screen at startup" ก็ให้เราเอาเครื่องหมายถูกในช่องนี้ออกไปครับ



เมื่อเอาเครื่องหมายถูกตรงช่อง "Show splash-screen at startup" ออกแล้ว ก็คลิก "OK" ก็เป็นอันเรียบร้อยครับ




     ก็เป็นอันเสร็จสิ้นสำหรับการติดตั้ง ESET Smart Security 8 ฉบับไส้แห้ง  ในขณะที่ตอนนี้มี ESET Smart Security 10 ออกมาให้เราใช้งานแล้ว  เผื่อว่าจะยังมีใครไม่ชอบการเปลี่ยนไลเซนส์คีย์บ่อยๆ  สำหรับ ESET Smart Security 8 นี้ก็นับว่าเป็นตัวเลือกที่ดีเลยครับ  เพราะเราป้องกันเครื่องของเราด้วยฐานข้อมูลไวรัสปัจจุบันเดียวกันกับ ESET Smart Security 10 เพียงแต่ขับเคลื่อนด้วย ESET Smart Security 8 เท่านั้นเองครับ

74c73r (กข์ค์ฆ์ง์)

เพราะความรักที่เธอมอบให้ หัวใจจึงพลันเคลื่อนไหว อย่างอ่อนหวาน

0 ความคิดเห็น: